Smoke Detector กับ Heat Detector ต่างกันอย่างไร?

Smoke Detector กับ Heat Detector ต่างกันอย่างไร?

ชื่อก็บอกหลักการทำงานค่อนข้างชัด Smoke Detector ตรวจจับ “ควัน” ส่วน Heat Detector ตรวจจับ “ความร้อน”

Smoke Detector มักใช้ในพื้นที่ทั่วไป เพราะสามารถตรวจพบสัญญาณของเพลิงไหม้ได้ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีควัน โดยเทคโนโลยีที่พบได้บ่อยคือ

Photoelectric หรือ Optical Smoke Detector ใช้แสงในการตรวจจับอนุภาคควัน เมื่อควันเข้าไปในห้องตรวจจับและทำให้ลำแสงกระเจิง Sensor จะตรวจพบความเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีนี้ตอบสนองต่อไฟแบบคุกรุ่นหรือ Smoldering Fire ได้ดี

Ionization Smoke Detector ใช้หลักการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าภายในห้องตรวจจับ โดยทั่วไปจะตอบสนองต่อไฟที่ลุกไหม้เร็วหรือ Flaming Fire ได้ดี

ปัจจุบันยังมี Detector แบบ Multi-Sensor หรือ Multi-Criteria ที่ใช้ข้อมูลจาก Sensor มากกว่าหนึ่งประเภทมาประกอบกัน เพื่อช่วยให้แยกแยะสภาวะผิดปกติได้ดีขึ้น

Heat Detector จะเหมาะกับพื้นที่ที่อาจมีควัน ฝุ่น หรือไอน้ำเกิดขึ้นเป็นปกติ เพราะถ้าใช้ Smoke Detector ในพื้นที่เหล่านี้อาจเกิด False Alarm ได้ง่ายกว่า

ชนิดที่พบได้บ่อยคือ Fixed Temperature ซึ่งจะทำงานเมื่ออุณหภูมิถึงค่าที่กำหนด และ Rate-of-Rise ที่ตรวจจับกรณีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ

บางรุ่นเป็นแบบ Combination ที่รวมทั้ง Fixed Temperature และ Rate-of-Rise ไว้ในตัวเดียว

ในพื้นที่ทั่วไปอย่างสำนักงาน ทางเดิน หรือห้องพัก มักใช้ Smoke Detector ส่วนพื้นที่อย่างครัว ห้องเครื่อง หรือบางส่วนของโรงงาน อาจพิจารณาใช้ Heat Detector แทน ทั้งนี้ต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและข้อกำหนดของพื้นที่นั้นด้วย